ตอนที่ 8 ฝ้ายย้อมคราม

หลังจากผสมสัดส่วนตามวัตถุดิบของแต่ละสูตรแล้ว โจกครามทุกวันเริ่มแรกน้ำย้อมเป็นสีน้ำเงิน ฟองสีขาว หลายวันต่อมาน้ำย้อมจะมีสีเขียวปนเหลือง ของเหลวขุ่นข้น ผิวหน้าเกิดริ้วสีน้ำเงิน ฟองสีน้ำเงินวาว แสดงว่า เกิดสีครามในน้ำย้อมแล้ว

การย้อมสีคราม ก่อนย้อมจะต้องเตรียมเส้นฝ้ายโดยการขยำฝ้ายกับน้ำให้เปียกทั่ว บิดให้หมาดจุ่มลงในหม้อน้ำย้อม กำฝ่ายให้แน่นแล้วคลายมือ ไล่เรียงไปเรื่อย ๆ รอบวงของฝ่ายใช้เวลาย้อมประมาณ 10-15 นาที หรือสังเกตสีของน้ำย้อมจะใสขึ้น สีเหลืองจางลง สีเขียวเข้มขึ้น จึงหยุดย้อม บิดฝ้ายที่ย้อมแล้วให้หมาดและกระตุกให้เรียงเส้น 1-2 นาที จึงเก็บไว้ในภาชนะปิดหรือห่อไว้ด้วยพลาสติก ละลายเนื้อคราม 50 กรัม ในน้ำขี้เถ้าพอประมาณให้เนื้อครามเหลว เทผสมในหม้อน้ำย้อมเดิม โจกคราม 2-3 ครั้ง พักไว้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง นำฝ้ายย้อมแล้วที่เก็บในภาชนะปิดลงย้อมอีกครั้งและทำเช่นเดิม ย้อมซ้ำจนได้สีเข้มตามความต้องการ

กลไกการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจากอินดิโกไวท์เป็นอินดิโกบลู

          สีครามในน้ำย้อม (indigo white) แทรกเข้าไปอยู่ภายในโครงสร้างของเส้นใยฝ้ายได้ดี เมื่อยกเส้นใยพ้นน้าย้อม สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ สีครามจะถูกออกซิไดส์เป็นสีน้ำเงิน (indigo blue) ขังอยู่ภายในเส้นใย เส้นใยที่ย้อมติดสีครามได้ดีจึงเป็นเส้นใยเซลลูโลสที่มีหมู่ -OH ในโครงสร้าง โดยเฉพาะใยฝ้ายดังนั้นก่อนย้อมต้องทำความสะอาดฝ้ายและทำให้ฝ้ายเปียกด้วยน้ำสะอาด หากล้างฝ้ายไม่สะอาด เมื่อนำไปย้อมจะทำให้สีครามในน้ำย้อมเปลี่ยนไป ย้อมไม่ติดหรือหม้อหนี หากทำฝ้ายเปียกน้ำไม่ทั่ว เมื่อนำไปย้อม สีครามแทรกเข้าเส้นฝ้ายไม่สม่ำเสมอทำให้เกิดรอยด่าง เส้นใยเรยอนที่โรงงานอุตสาหกรรมนำเศษฝ้ายและเศษไม้มาปรับแต่งเป็นเส้นใยขนาดเล็ก สม่ำเสมอ นุ่ม มันวาวย้อมติดสีครามได้ดี ให้สีน้ำเงินเข้ม สวยงามแต่ทนต่อการนุ่งห่มน้อยกว่าใยฝ้าย นอกจากสีครามในน้ำย้อมและเส้นใยแล้ว น้ำย้อมที่เย็นจะย้อมติดสีครามได้ดีกว่า ดังนั้นจึงควรใช้โอ่งดินทำหม้อคราม เพราะน้ำที่ซึมจากโอ่งดินจะช่วยระบายความร้อน ทำให้อุณหภูมิของน้ำย้อมเย็นกว่าปกติ หรือตอนเช้าและตอนเย็นเป็นเวลาที่เหมาะสมในการย้อมคราม เมื่อจะย้อมคราม ให้ตักน้ำย้อมประมาณ 1 ลิตร ออกไว้ก่อน จึงนำฝ้ายหมาดนำลงย้อม ขณะย้อมต้องระวังให้อากาศสัมผัสน้าย้อมน้อยที่สุดนั่นคือ ค่อย ๆ กำเส้นฝ้ายใต้น้ำย้อมให้แน่นแล้วคลายมือให้สีครามแทรกเข้าไปในทุกอณูของเส้นฝ้าย กำและคลายไล่เรียงไปตามวงเส้นฝ้าย สังเกตน้ำย้อมสีเหลืองจางไปสีน้ำเงินเข้มมาแทน ความข้นหนืดลดลง จึงหยุดย้อม บิดเส้นฝ้ายให้หมาด กระตุกให้ฝ้ายเรียงเส้นและสัมผัสอากาศแล้วเก็บฝ้ายชิ้นนั้นในภาชนะปิด ถ้าตากฝ้ายที่ย้อมทันทีจะเกิดรอยด่างในเส้นฝ้าย หากต้องการสีเข้มต้องย้อมซ้ำในหม้อครามอื่นอีกต่อไป พักไว้ 3-5 นาที จึงล้างให้สะอาดจนน้ำล้างใสไม่มีสี ผึ่งลมให้แห้งนำไปใช้งานต่อไป ส่วนน้ำย้อมที่ตักไว้ใช้เป็นเชื้อ เทกลับคืนหม้อครามเดิมและเติมเนื้อครามอีก

 

การปรุงแต่งหม้อคราม

          หลังจากที่นำฝ้ายลงไปย้อมในหม้อคราม สีของครามจะถูกดูดซึมติดไปกับเส้นฝ้าย ช่างย้อมจะต้องปรุงแต่งหม้อครามให้สามารถกลับมาย้อมในวันถัดไปได้ และต่อเนื่องเรื่อยๆ การปรุงแต่งหม้อครามทำได้โดย การละลายเนื้อครามลงในน้ำขี้เถ้าพอประมาณ ให้เนื้อครามเหลวจึงเทลงผสมในหม้อน้ำย้อมเดิม โจกคราม 2-3 ครั้ง แล้วพักไว้ไม่น้อยกว่า 6-8 ชั่วโมง นำฝ้ายที่ย้อมแล้วลงย้อมซ้ำอีกและทำเช่นเดิมจนกว่าจะได้สีเข้มตามต้องการ

เมื่อยกเส้นใยพ้นน้าย้อม สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ สีครามจะถูกออกซิไดส์เป็นสีน้ำเงิน (indigo blue) ขังอยู่ภายในเส้นใย