ตอนที่ 6 ฝ้ายและเส้นใย
การเตรียมเส้นฝ้าย
เส้นฝ้ายทำมาจากใยของเมล็ดฝ้ายคนท้องถิ่นเรียกว่า ดอกฝ้าย ที่พบส่วนใหญ่มีสีขาวกับสีน้ำตาลบ้างแต่เป็นส่วนน้อย ด้วยความก้าวหน้าทางพันธุวิศวกรรม ทำให้มีดอกฝ้ายสีเขียวแล้วในปัจจุบัน ดอกฝ้ายจะถูกเก็บจากต้นช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมีนาคม และถูกนำมาไว้ในภาชนะที่แห้งปิดมิดชิด เพื่อเตรียมทำเส้นใต้ในช่วงหน้าแล้งต่อไป การทำเส้นฝ้ายประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1) การอิ้วฝ้าย เป็นการแยกใยฝ้ายจากเมล็ด โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า อิ้ว ก่อนนำดอกฝ้ายมาอิ้วต้องคัดแยกเมล็ดลีบหรือสิ่งปนเปื้อนก่อน และผึ่งดอกฝ้ายกลางแดดจัด เพื่อไล่ความชื้น ยิ่งแดดจัดยิ่งจะทำให้ดอกฝ้ายแห้งและพองตัว การอิ้วฝ้ายจึงกระทำช่วงสายๆ หรือบ่ายของหน้าแล้ง และอิ้วจนกระทั่งดอกฝ้ายในวันนั้นหมด
2) การดีดฝ้าย ใยฝ้ายที่ผ่านการอิ้วแล้วจะถูกนำมาดีดใช้ตอนกลางคืนของวันนั้น ด้วยอุปกรณ์ 3 ชิ้น คือ กระเพียด ทำจากไม้ไผ่สานเส้นผ่านศูนย์กลางของปากกระเพียดกว้างกว่าความสูงของคนขณะนั่งหรือประมาณ 30 นิ้ว อุปกรณ์ชิ้นที่ 2 คือคันดีดหรือคันโต้ง ลักษณะคล้ายคันธนูโดยสารของคันดีดต้องไม่เกาะกับใยฝ้าย สมัยโบราณทำสายคันดีดจากใยของเถาวัลย์ฉาบด้วยไขจากใบน้อยหน่า แต่ในปัจจุบันทำจากไนลอน อุปกรณ์ชิ้นที่ 3 คือ ก้อดีด ทำจากไม้ไผ่ขนาดยาวประมาณ 5-6 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 นิ้ว หรือพอดีกับกำมือ ในการดีดฝ้ายจะวางกระเพียดในแนวนอนเอาใยฝ้ายที่อิ้ววางในกระเพียด คนที่ดีดฝ้ายนั่งในท่าที่ถนัด มือซ้ายกำคันดีดวางในแนวขนานกับพื้น มือขวากำก้อดีดวางในแนวตั้งฉากกับพื้น ใช้ปลายก้อดีดที่โผล่เล็กน้อยเกี่ยวสายคันดีดดึงแล้วปล่อย ขณะที่มือขวาบังคับให้สายคันดีดสัมผัสใยฝ้ายที่วางในกระเพียด การดีดตัวของสายคันดีดที่สัมผัสกับใยฝ้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้กลุ่มใยฝ้ายแต่เป็นเส้นสั้นๆ เนื้อละเอียดและพองตัว ลักษณะเป็นปุย หลังจากได้ปุยฝ้ายเนื้อละเอียดแล้ว จะต้องนำมาแปรสภาพทันที โดยอาจนำไปทำไส้ผ้าห่มนวมหรือล้อให้เป็นดิ้ว
3) การล้อฝ้าย ต้องแผ่ปุยฝ้ายเนื้อละเอียดเป็นแผ่นวางบนไม้รอง แล้ววางแกนไม้ไผ่ทับตรงกลางแผ่น ใช้มือถือไปข้างหน้าม้วนปุยฝ้ายเป็นดิ้วๆ ทำไว้หลายๆ ดี้ว จนปุยฝ้ายหมด หลังจากนั้นจึงใช้ผ้าเนื้อหนาๆ ห่อดิ้วฝ้ายนั้นไว้ เพื่อกันความชื้น เช้ามืดหรือตอนเย็นของวันรุ่งขึ้นนำดิ้วฝ้ายมาดึงเส้นใยออก ปั่นเป็นเกลียวเส้นฝ้าย เรียกว่า การเข็นฝ้าย
4) การเข็นฝ้าย เป็นการปั่นดิ้วฝ้ายให้เป็นเส้นเล็กๆ โดยการหมุนเกลียว อุปกรณ์สำหรับเข็นฝ้าย ได้แก่ หลา ซึ่งประกอบด้วยวงล้อไม้ไผ่ ถูกคล้องด้วยสายหลาที่ทำจากเกลียวฝ้ายฉาบด้วยขี้สูดหรือชันโรง โยงเข้ากับเหล็กไนที่แข็งแรงและตรงเมื่อหมุนวงล้อไม้ไผ่ ทำให้เหล็กไนหมุนตามไปด้วย คนเข็นฝ้ายนั่งตามถนัดมือซ้ายจับดิ้วฝ้าย มือขวาจับแขนหลาเมื่อหมุนกงหลา เหล็กไนจะหมุนตาม เหล็กไนจะพันเอาเส้นใยของดิ้วฝ้าย สมุนไพรในสะพานเอาเส้นใยของยิวฝ้ายคนเข็นฝ้ายใช้ความชำนาญ รู้จังหวะที่สัมพันธ์กันระหว่างการดึงเส้นใยจากดิ้วฝ้ายกับการหมุนกงหลา ทำให้ได้เส้นฝ้ายเรียบเล็กสม่ำเสมอพันรอบเหล็กไน เข็นฝ้ายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเส้นฝ้ายเต็มเหล็กไน
5) การเปียฝ้าย เป็นการย้ายเส้นฝ้ายออกจากเหล็กไน โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เปีย การเปียฝ้ายจะพันฝ้ายเข้าเปียไปในทิศทางเดียวกันและสม่ำเสมอ จนกระทั่งฝ้ายหมดจากเหล็กไน จากนั้นทำการถอดกลุ่มฝ้ายออกจากเปีย ฝ้ายที่ได้ทั้งหมดเรียกว่า ฝ้ายหนึ่งไน ซึ่งหมายถึง ปริมาณฝ้ายเต็มเหล็กไนนั่นเอง โดยปกติคนเปียฝ้ายจะรวมฝ้าย 5 ไนเข้าด้วยกันเรียกว่าฝ้าย 1 ต่อน
ดอกฝ้าย ที่พบส่วนใหญ่มีสีขาวกับสีน้ำตาลบ้างแต่เป็นส่วนน้อย ด้วยความก้าวหน้าทางพันธุวิศวกรรม ทำให้มีดอกฝ้ายสีเขียวแล้วในปัจจุบัน ดอกฝ้ายจะถูกเก็บจากต้นช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมีนาคม
ตรวจสอบย้อนกลับอย่างไร?
ระบบฐานข้อมูลรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าคราม ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันสิ่งทอ