ตอนที่ 2 ผ้าย้อมครามกับความเป็นสกลนคร

สีคราม (Indigo) สีน้ำเงินหรือโทนสีฟ้า สีย้อมธรรมชาติที่เก่าแก่ และมีอยู่ในโลกมายาวนานกว่า 6,000 ปี ถูกเรียกว่า “ราชาแห่งสีย้อม” หรือ “The King of Dye” ในหลายประเทศของเอเชียมีการพบหลักฐานการทำผ้าย้อมคราม ในส่วนประเทศไทยมีหลักฐานปรากฏในสมัยสุโขทัย ในศิลาจาลึกวัดช้างล้อม กล่าวถึง “เจ้าพนมไสดำออกบวชได้สร้างพิหารประดิษฐานพระพุทธรูป สร้างหอพระไตรปิฎก ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ สร้างพระบฏ ตอนที่กล่าวถึง “คราม”นั้นอยู่ในบรรทัดที่ 17 พรรณนาถึงสีของพระธาตุที่ปรากฏให้เห็นว่ามีสีใสงามดั่งผลึกแก้วสีเขียวเหมือนสีผ้าที่ย้อมคราม “ใสงามดังผลึกรัตนแก้วเขียวในกลางดงผ้าอันท่านชุบคราม..” การใช้สีครามธรรมชาติได้สีครามมาจากพืชดั้งเดิมที่พบในที่ราบสูง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ดังกล่าว มีวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยเครื่องนุ่งห่มนิยมใช้สีดำหรือ สีน้ำเงินเป็นหลัก เพราะสามารถหาเครื่องนุ่งห่มที่เป็นทั้งฝ้ายและครามที่ปลูกได้เอง อีกทั้งเป็นภูมิปัญญาเรื่องการทำผ้าย้อมครามจากบรรพบุรุษ h

จังหวัดสกลนคร มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่สำคัญ คือ ไทลาว ภูไท กะเลิง โส้ โย้ย ญ้อ เป็นต้น ล้วนมีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ร่วม คือ นิยมสวมใส่เสื้อผ้าสีดำและสีน้ำเงินที่มาจากการย้อมคราม ดังนั้นผ้าย้อมครามจึงอยู่ในวิถีชีวิตตั้งแต่บรรพบุรุษ สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงล้อมรอบด้วยเทือกเขาภูพานและป่าไม้ มีแดดจัด จะมีปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะในฤดูปลูกคราม คือช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และมีปริมาณน้ำฝนมากในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม แต่จะไม่ท่วมขังจะไหลลงที่ลุ่มในแม่น้ำหลายสาย เช่น น้ำสงคราม น้ำยาม หนองหาร เป็นต้น ความสมบูรณ์ของทรัพยากรดินและน้ำ ทำให้พื้นที่ปลูกครามพบได้ทั่วไปในเขตอำเภอต่าง ๆ และมีการปลูกมากในพื้นที่ อ.พรรณานิคม อ.อากาศอำนวย อ.กุดบาก ซึ่งเป็นพื้นที่ราบเชิงเขา ส่วนสภาพภูมิอากาศในฤดูหนาวค่อนข้างหนาวและร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน ด้วยสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศดังกล่าว จังหวัดสกลนครจึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นครามที่ชอบแดดจัด มีน้ำสม่ำเสมอและไม่ท่วมขัง ประกอบกับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการแช่ใบครามและการหมักน้ำย้อม ทำให้เกิดสีผสมของสีเหลืองอมเขียว ส่งผลต่อการย้อมเส้นใยที่ทำให้สีไม่ตก และทำให้น้ำครามมีคุณภาพดีเป็นที่นิยม มีสีสดใส เพราะคุณภาพของสีครามจากต้นครามที่สมบูรณ์ ที่ปลูกในจังหวัดสกลนคร ทำให้การย้อมครามในท้องถิ่นไม่เคยขาดแคลนน้ำครามและด้วยสภาพภูมิอากาศที่เหมาะได้หล่อหลอมให้เกิดภูมิปัญญาการเตรียมน้ำย้อมและดูแลหม้อครามด้วยความชำนาญ

ผ้าย้อมครามถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสกลนคร และเป็นจังหวัดที่มีการผลิตผ้าย้อมครามที่ยังรักษาคงความเป็นวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมมากที่สุดของประเทศไทย มีการจัดตั้งกลุ่มในรูปแบบต่างๆ มากกว่า 150 กลุ่ม มีมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี เป็นจังหวัดที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ผ้าย้อมครามธรรมชาติสกลนคร” (GI) และได้รับการรับรองจาก สภาหัตถศิลป์โลก (World Crafts Council) ให้จังหวัดสกลนครเป็น “นครหัตถกรรมแห่งสีครามธรรมชาติโลก” (World craft city for natural indigo) เป็นเมืองหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ซึ่งถือเป็นสิ่งยืนยันถึงความเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ทางวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่าและงดงาม ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมคราม 1 ใน 5 ผลิตภัณฑ์ OTOP หลักที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดสกลนคร

เป็นจังหวัดที่มีการผลิตผ้าย้อมครามที่ยังรักษาคงความเป็นวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมมากที่สุดของประเทศไทย มีการจัดตั้งกลุ่มในรูปแบบต่างๆ มากกว่า 150 กลุ่ม มีมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี